
ทำความรู้จักกับบ่อดักไขมัน อุปกรณ์สำคัญคู่ครัวที่ช่วยกรองเศษอาหารและดักจับไขมันก่อนปล่อยน้ำทิ้งลงสู่ท่อสาธารณะ ช่วยบอกลาปัญหาท่อตันและกลิ่นเหม็นกวนใจในบ้านคุณ
ไขมันในท่อเกิดจากอะไร?
ไขมันสะสมในท่อส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมการใช้งานในครัวเรือน เช่น การเทน้ำมันที่ใช้แล้ว เศษอาหาร คราบไขมันจากเนื้อสัตว์ หรือน้ำยาล้างจานที่มีส่วนผสมของไขมันลงในอ่างล้างจานโดยตรง เมื่อไขมันเหล่านี้ไหลลงสู่ท่อและเจอกับอุณหภูมิที่เย็นลง จะจับตัวเป็นก้อนแข็งและสะสมพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้เกิดปัญหาท่ออุดตันในที่สุด
บ่อดักไขมัน คืออะไร?
บ่อดักไขมัน (Grease Trap) คือ อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับดักจับและแยกเศษอาหารรวมถึงไขมันออกจากน้ำทิ้งก่อนที่จะปล่อยลงสู่ท่อระบายน้ำสาธารณะ โดยอาศัยหลักการที่ไขมันมีน้ำหนักเบากว่าน้ำ ทำให้ไขมันลอยตัวขึ้นเหนือน้ำ ส่วนเศษอาหารจะตกตะกอนอยู่ด้านล่าง ทำให้น้ำที่ไหลผ่านบ่อดักไขมันเป็นน้ำที่สะอาดขึ้น
ประโยชน์ของการติดตั้งบ่อดักไขมัน
1.ป้องกันปัญหาท่อน้ำทิ้งอุดตันจากคราบไขมัน 2. ลดปัญหาหมักหมมและกลิ่นเหม็นย้อนกลับจากท่อระบายน้ำ 3. ประหยัดค่าใช้จ่ายในการจ้างช่างมาทะลวงท่อบ่อยๆ 4. เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยรักษาระบบนิเวศทางน้ำเพราะไม่ปล่อยน้ำเสียและไขมันลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะโดยตรง
วิธีการติดตั้งบ่อดักไขมันเบื้องต้น
บ่อดักไขมันมักจะติดตั้งใน 2 รูปแบบ คือ แบบตั้งพื้น (วางใต้ซิงค์ล้างจาน) และแบบฝังดิน (สำหรับพื้นที่กว้างหรือนอกตัวบ้าน) วิธีติดตั้งแบบตั้งพื้น 1. เลือกขนาดบ่อดักไขมันให้เหมาะสมกับปริมาณการใช้น้ำ (ทั่วไปใช้ขนาด 15-20 ลิตรสำหรับบ้านพักอาศัย) 2. ต่อท่อน้ำทิ้งจากอ่างล้างจานเข้ากับ "ท่อน้ำเข้า" (Inlet) ของบ่อดักไขมัน 3. ต่อ "ท่อน้ำออก" (Outlet) ของบ่อดักไขมันเข้ากับท่อระบายน้ำหลักของบ้าน 4. ตรวจสอบรอยต่อให้สนิทเพื่อป้องกันน้ำรั่วซึม
เพื่อให้บ่อดักไขมันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรหมั่นตักเศษอาหารทิ้งทุกวันหรือทุกๆ 2-3 วัน และควรใช้กระบวยตักคราบไขมันที่ลอยอยู่เหนือน้ำทิ้งเป็นประจำทุกสัปดาห์ (นำไขมันใส่ถุงขยะมัดปากให้แน่นก่อนทิ้ง) นอกจากนี้ ควรล้างทำความสะอาดถังดักไขมันทั้งหมดทุกๆ 3-6 เดือน เพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อโรคและกลิ่นเหม็นเน่า หากพบปัญหาท่ออุดตันหนักหรือติดตั้งไม่เป็น แนะนำให้ติดต่อช่างผู้เชี่ยวชาญเพื่อแก้ไขอย่างตรงจุด
🛠️
บางปัญหาควรให้ผู้เชี่ยวชาญดูแล เพื่อความปลอดภัยและรวดเร็ว